Recent comments


ํฟังอีกมุม!! ผู้พิพากษา “ชูชาติ ศรีแสง” กล่าวถึงคดีครูแพะ แจงชัด “ครูจอมทรัพย์” ชี้รื้อคดีเพื่อพิสูจน์ตัวเองบริสุทธิ์ หาคนผิดตัวจริง!??


ถือเป็นเรื่องทอล์ค  ออฟ เดอะทาวน์ ที่คงมีการพูดและวิพากษ์วิจารณ์กันไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่ยังหาข้อเท็จจริงไม่ได้ว่าใครผิด  ใครถูก  และสิ่งที่ครูจอมทรัพย์นำเสนอต่อสังคมเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเองในฐานะแพะรับบาปเป็นความจริงเท็จแค่ไหน  เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ยืนยันว่ามีขบวนการสวมรอยพยานและผู้ต้องหาเกิดขึ้นในขั้นตอนการร้องต่อศาลเพื่อรื้อคดีสอบใหม่

ล่าสุด  นายชูชาติ  ศรีแสง  อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกา  ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเพื่อแสดงความเห็นทั้งในเชิงข้อกฎหมายและเหตุผลประกอบเพื่อการพิจารณาของสังคมไทยดังนี้

เขียนเรื่องนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร มาหลายตอน คิดว่าคงจบแล้ว แต่เนื่องมีผู้กล่าวว่า การที่นางจอมทรัพย์มายื่นคำร้องต่อศาลขอให้รื้อฟื้นคดีขึ้นมาพิจารณาพิพากษาใหม่และศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาพยานหลักฐานที่ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า คดีมีมูลที่ให้รับคำร้องและให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปนั้น เป็นเรื่องที่นางจอมทรัพย์จ้างให้คนมาติดคุกแทนบ้าง นางจอมทรัพย์ทำไปเพื่อช่วยเหลือคนใกล้ชิดหรือสามีไม่ให้ต้องติดคุกบ้าง

เกรงว่าจะทำให้ผู้ที่ไม่รู้กฎหมายสับสนและเข้าใจผิด จึงต้องเขียนเรื่องนี้อีกเพื่อให้ได้ทราบกัน กล่าวคือ

คดีนี้อัยการโจทก์ฟ้องว่า นางจอมทรัพย์ขับขี่รถยนต์ประมาทเฉี่ยวชนนายเหลือถึงแก่ความตาย เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนางจอมทรัพย์และนางจอมทรัพย์ถูกจำคุกตามคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว เช่นนี้ย่อมไม่มีเหตุผลอะไรที่นางจอมทรัพย์จะต้องไปจ้างคนอื่นให้ติดคุกแทนตนอีกเพราะตนเองถูกจำคุกจนได้รับอภัยโทษซึ่งถือว่าได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลฎีกาครบถ้วนแล้ว

Advertisement


ตามฟ้องระบุว่า นางจอมทรัพย์กระทำความผิดคนเดียว เมื่อศาลมีคำพิพากษาว่า นางจอมทรัพย์กระทำความผิดและลงโทษนางจอมทรัพย์แล้ว สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป เพราะมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) ดังนั้นอัยการหรือผู้เสียหายจะฟ้องบุคคลหนึ่งบุคคลใดต่อศาลว่ากระทำความผิดในคดีนี้อีกไม่ได้แล้ว

การที่นางจอมทรัพย์ขอให้รื้อฟื้นคดีขึ้นมาพิจารณาพิพากษาใหม่ซึ่งถ้าศาลพิจารณาแล้วพิพากษาว่านางจอมทรัพย์ไม่มีความผิดต่างหาก ที่ต้องมีการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระผิดคนใหม่มาดำเนินคดีฟ้องศาลอีก ดังนั้นถ้านางจอมทรัพย์ ต้องการช่วยผู้ใกล้ชิดหรือสามีไม่ให้ต้องติดคุก นางจอมทรัพย์จะขอให้รื้อฟื้นคดีขึ้นให้ศาลพิจารณาพิพากษาใหม่ทำไม อยู่เฉยๆ ผู้ใกล้ชิดหรือสามีก็จะถูกดำเนินคดีไม่ได้อยู่แล้ว

ข้อกล่าวหานางจอมทรัพย์ทั้งสองเรื่องที่กล่าวมา จึงเป็นไปไม่ได้เพราะขัดต่อกฎหมายและข้อเท็จจริงโดยชัดแจ้ง ถือได้เป็นการกล่าวหาที่ไร้สาระโดยสิ้นเชิง

อนึ่งการที่บางคนเรียกนางจอมทรัพย์ว่าเป็นแกะ ซึ่งมีความหมายว่า เหมือนเด็กเลี้ยงแกะที่เป็นคนโกหกหลอกลวง อาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ และการนำมาโพสต์หรือแชร์ในโซเชียลมีเดีย ก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้วย ครับ !!!  ”

ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่  15 ม.ค. ที่ผ่านมา นายชูชาติ  ได้นำเสนอมุมมองทางคดีที่สังคมไทยเกิดข้อคำถามในหลากหลายมิติว่า  “  .....ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาที่พิพากษาลงโทษจำคุกนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร มีกำหนด 3 ปี 2 เดือน ที่กำลังมีการกล่าวขานกันอยู่ในขณะนี้แล้ว มีข้อสังเกตหลายประการ ถ้าเขียนให้จบในครั้งเดียวคงยืดยาวมากอาจจะอ่านกันไม่ละเอียดก่อให้เกิดการเข้าใจผิดได้

ข้อสังเกตประการแรก คือ
คดีนี้มีพยานที่รู้เห็นการณ์ขณะเกิดเหตุคือนางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ มาเบิกความต่อศาลว่า รถยนต์กระบะแล่นแซงหน้ารถจักรยานยนต์ที่พยานขับขี่ล้ำเข้าไปชนรถจักรยานที่ผู้ตายขี่สวนมา แล้วคนขับรถยนต์กระบะหยุดรถ คนขับเป็นผู้ชายเปิดประตูลงมาไปดูผู้ตาย

นายทวีเลิศและนายสว่างซึ่งเป็นน้องชายของผู้ตายต่างเบิกความว่า นางทัศนีย์มาเล่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นให้นายทวีเลิศฟังและบอกด้วยว่า ผู้ที่ขับขี่รถยนต์กระบะชนรถจักรยานที่ผู้ตายขี่สวนมาเป็นผู้ชายและนายทวีเลิศก็มาเล่าให้นายสว่างฟังอีกต่อหนึ่ง

แต่ในคำให้การชั้นสอบของนางทัศนีย์และนายทวีเลิศไม่มีข้อความระบุไว้ว่า ผู้ขับรถยนต์กระบะเป็นผู้ชาย โดยนางทัศนีย์เบิกความได้บอกเรื่องนี้แก่พนักงานสอบสวนแล้ว

องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาที่พิจารณาพิพากษาคดีนี้ เชื่อคำเบิกความของนางทัศนีย์เกี่ยวกับข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่เชื่อเฉพาะคำเบิกความของนางทัศนีย์และนายทวีเลิศในส่วนที่ว่า คนขับรถยนต์กระบะเป็นผู้ชายเนื่องจากไม่มีระบุไว้ในคำให้การชั้นสอบสวนของนางทัศนีย์กับนายทวีเลิศ และไม่เชื่อว่านางทัศนีย์ได้บอกพนักงานสอบสวนว่า ผู้ขับรถยนต์กระบะเป็นผู้ชาย โดยเห็นว่าถ้านางทัศนีย์บอกก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่พนักงานสอบสวนไม่บันทึกไว้ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือองค์คณะผู้พิพากษาเชื่อถือพนักงานสอบสวนมากกว่านางทัศนีย์นั่นเอง

ในวันที่นางจอมทรัพย์ไปออกรายการโทรทัศน์ได้บอกผู้ดำเนินรายการว่าตนเองเห็นพนักงานสอบสวนลบคำให้การของพยานที่ระบุว่า ผู้ขับรถยนต์กระบะเป็นผู้ชายออกไป

Advertisement


ขอเล่าประสบการณ์ของผม
1.ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ศาลจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคใต้มีคดีอาญาคดีหนึ่ง อัยการโจทก์กล่าวในคำฟ้องว่า ชั้นสอบสวนจำให้การรับสารภาพ ในชั้นศาลจำเลยให้การปฏิเสธและนำสืบว่า ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ โจทก์ส่งคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยซึ่งพนักงานสอบสวนพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด เพราะในขณะนั้นยังไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ ปรากฎว่าคำให้การของจำเลยมีการขีดฆ่าตัวอักษรที่พิมพ์แล้วจำนวนมาก อ่านแล้วก็เป็นไปในทำนองว่าจำเลยให้การรับสารภาพ แต่ข้อความไม่สอดคล้องกันเลย เมื่อพลิกดูจากด้านหลังที่สามารถอ่านตัวอักษรที่ถูกขีดฆ่าได้ทุกตัวรวมกับตัวอักษรที่ไม่ถูกขีดฆ่าก็จะอ่านได้ความชัดเจนว่า จำเลยให้การปฏิเสธ

2.ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ศาลจังหวัดอีกแห่งหนึ่งในภาคกลาง มีคนร้ายขึ้นลักโทรทัศน์ที่บ้านพัก เมื่อไปแจ้งความและให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวน โดยเล่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟังแล้วพนักงานสอบสวนก็พิมพ์คำให้ถ้อยคำของผม แต่เมื่อพิมพ์เสร็จปรากฎว่า ไม่ได้เป็นไปตามที่ผมให้ถ้อยคำ เมื่อผมทักท้วงเขาบอกว่า ไม่เป็นไรไม่ใช่สาระสำคัญ

3.เมื่อปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ศาลฎีกา มีคดีฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายที่โจทก์กล่าวในคำฟ้องว่า ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ ในชั้นศาลให้การปฏิเสธและนำสืบว่า ในชั้นสอบสวนจำเลยไม่ได้ให้การรับสารภาพ แต่พนักงานสอบสวนพิมพ์คำให้จำเลยเองแล้วให้จำเลยลงชื่อโดยไม่ได้อ่านให้ฟัง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เชื่อว่า จำเลยรับสารภาพในชั้นสอบสวน จึงพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 33 ปี 4 เดือน แต่ชั้นศาลฎีกาผมและองค์คณะไม่เชื่อว่า จำเลยรับสารภาพและเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระความผิด จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1762/2539

ที่มา. http://deeps.tnews.co.th/contents/220786/
ํฟังอีกมุม!! ผู้พิพากษา “ชูชาติ ศรีแสง” กล่าวถึงคดีครูแพะ แจงชัด “ครูจอมทรัพย์” ชี้รื้อคดีเพื่อพิสูจน์ตัวเองบริสุทธิ์ หาคนผิดตัวจริง!?? ํฟังอีกมุม!!  ผู้พิพากษา “ชูชาติ ศรีแสง” กล่าวถึงคดีครูแพะ แจงชัด “ครูจอมทรัพย์” ชี้รื้อคดีเพื่อพิสูจน์ตัวเองบริสุทธิ์ หาคนผิดตัวจริง!?? Reviewed by บำรุง สมอง on 10:04:00 Rating: 5

Comments