Recent comments


ย้อนคดี"หมอนิ่ม"จ้างฆ่า"เอ็กซ์" สยองขวัญ !! วันเผาเธอ ทำแบบนี้จนญาติฝ่ายชายรับแบบไม่ได้ !??


จากกรณีที่เป็นคดีสะเทือนใจ เมื่อ”นายเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม” อดีตนักยิงปืนทีมชาติไทย ถูกมือปืนลอบสังหาร เมื่อช่วงค่ำวันที่ 19 ต.ค. 56 ซึ่งภายหลัง ตำรวจได้เร่งตามสืบสวนและแกะรอยจนสามารถจับกุมคนร้าย คือเจ๊แหม่ม เป็นคนรับงานและจัดหามือปืน กระทั่งสืบสาวจนหาตัวผู้จ้างวานได้ ซึ่งก็เป็นคนใกล้ตัวก็คือ”นางสุรางค์ ดวงจินดา” แม่ของ “พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ” หรือ “หมอนิ่ม” ภรรยาของนายจักรกฤษณ์ โดย นางสุรางค์ อ้างว่าแรงจูงใจการก่อเหตุมาจากการที่ นายจักรกฤษณ์ ทำร้ายลูกสาวจนถึงขั้นแท้งลูก

Thailand's shooting athletes (from L to R) Panichpatikum Jakkrit, Karndee Prakarn, and Kulchirattana Pongpol pose for photographers after winning the gold medals for the 25m standard pistol team and individual of the 25th Southeast Asian Games (SEA GAMES) at National Sport Complex's shooting range in Vientiane on December 10, 2009. Prakarn (C) won the individual gold medal. AFP PHOTO / Bay ISMOYO

ทั้งนี้ทำให้คดีนี้ได้รับความสนใจในสังคมเป็นอย่างมาก เพราะมือปืนได้ก่อเหตุแบบอุกอาจกลางถนนในที่คนพลุกพล่านและในที่สาธารณะ และประกอบด้วยผู้ที่จ้างวานฆ่านั้นดันกลายเป็นคนที่ใกล้ชิดที่สุด ทั้งยี้เรามาย้อนดูลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวลเรื่องที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุใดจนนำมาซึ่งเมียสั่งฆ่าผัวตัวเอง
เมื่อวันที่ 11 ก.ค.56 นางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม แม่ของเอ็กซ์ และ พญ.นิธิวดี เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังถูกเอ็กซ์ทำร้ายร่างกายและใช้ปืนข่มขู่ โดยอ้างว่า เอ็กซ์ติดยาไอซ์อย่างหนักจนประสาทหลอน ขณะที่ทางด้าน เอ็กซ์ ยอมรับว่า ที่ผ่านมาเคยเสพยาจริง แต่ปัจจุบันได้เลิกหมดแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นแค่หึงหวงเท่านั้น

Advertisement


วันที่ 12 ก.ค.56 เจ้าหน้าตำรวจได้บุกค้นบ้านของนายเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ โดยพบมีวัสดุคล้ายเครื่องเสพสารบางอย่าง และที่บรรจุสารบางอย่างทั้งเก่าและใหม่จำนวนมากจึงเก็บไว้เป็นหลักฐานก่อนนำไปตรวจสอบ อีกทั้งพบปืนออโตเมติก 2 กระบอก บรรจุเครื่องกระสุนปืน , ปืนลูกซองยาว 1 บอก, ปืนยาวคล้ายปืน เอ็ม 16 อยู่ในตู้ 1 กระบอก และข้างเตียงนอนพบมีดสปาร์ต้า 1 เล่ม ซึ่งตรงตามที่ พญ.นิธิวดี แจ้งว่าถูกใช้มีดเล่มดังกล่าวข่มขู่ ทั้งนี้วันที่13 ก.ค.56 ตำรวจจับกุมตัว เอ็กซ์ พร้อมตั้ง 4 ข้อหา ทั้งพยายามฆ่าผู้อื่น ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และกระทำความรุนแรงในครอบครัว พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาอาจจะกลับไปทำร้ายหรือข่มขู่พยาน และในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัว เอ็กซ์ จากห้องขังนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรี โดยแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 4 ข้อหา คือ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวโดยการใช้กำลังขู่เข็ญ และขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงาน รวมทั้งสิ้น 8 ข้อหา เพิ่มพร้อมคัดค้านการประกันตัว

4

วันที่ 18 ก.ค.56 นายเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ เข้าแจ้งความ ภรรยาลักลอบขนทรัพย์สินมูลค่า 60 ล้านบาท ขณะที่เจ้าตัวอยู่ในคุก เร่งเอาเรื่องธนาคารกสิกรไทย สุขาภิบาล 3 เนื่องจากให้คนที่ไม่ใช่ตนเองเปิดเซฟ และยังไม่สามารถติดตามทรัพย์สินคืนมาได้

Advertisement


และในเวลาต่อมานายเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ บอกคิดถึงลูก อยากได้รับการประกันตัว ด้าน โอภาส รุ่นพี่ทีมชาติ เผยหลังเยี่ยม เตรียมยื่นอุทธรณ์อีกรอบ 2 หลักทรัพย์ราว 6-7 ล้านบาท พร้อมตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติด ล่าสุดศาลทหารติดต่อไปดำเนินคดีต่อ เนื่องจาก เอ็กซ์ จักรกฤษณ์ มียศ จ่าสิบเอก
วันที่ 19 ส.ค.56 คดีถูกโอนไปยังศาลทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม และมีการยื่นขอประกันตัวเป็นครั้งที่ 4 กระทั่งศาลอนุญาตให้ปล่อยตัว เอ็กซ์ ชั่วคราว หลังจากหมอนิ่มคัดค้านมา 3 ครั้งและหลังที่ออกจากเรือนจำแล้ว เอ็กซ์ ได้ปรึกษาปัญหาครอบครัวและเคยเปรยกับพยานสำคัญรายหนึ่งว่า “จะมีลมหายใจอยู่ถึงเมื่อไรยังไม่รู้” ส่วนทางคนในครอบครัวของหมอนิ่มเองก็เคยทะเลาะเบาะแว้งกับ เอ็กซ์ จักรกฤษณ์ ทั้งเคยชี้หน้าด่าทอและเคยถูกขู่ฆ่าเอาชีวิตกันด้วย พยานปากสำคัญ ยังเผยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกว่า ในครอบครัวของหมอนิ่ม จะมี “แม่ใหญ่” ซึ่งเป็นแม่ของพี่ชายต่างมารดาของหมอนิ่ม ที่หมอนิ่มเคารพนับถือ โดยเอ็กซ์ ได้ทะเลาะกับหมอนิ่มหลายต่อหลายครั้ง และพยายามจะขอคืนดีด้วย แต่หมอนิ่มไม่ยอม ด้านเอ็กซ์ จึงโทรไปขอความช่วยเหลือจากแม่ใหญ่ เมื่อแม่ใหญ่รับปากว่าจะช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกัน แต่ฝั่งแม่ใหญ่ลืมกดวางสายโทรศัพท์ ทำให้เอ็กซ์ ได้ยินว่าแม่ใหญ่คุยกับคนในครอบครัวด่าทอตนอย่างเสียหายและมีการวางแผนกำจัดให้พ้นออกไปจากครอบครัว อีกทั้งยังมีการพูดถึงทรัพย์สินหลายอย่างด้วย ทำให้เอ็กซ์เก็บอารมณ์ไม่อยู่ เดินทางไปอาละวาดที่บ้านแม่ใหญ่ทันที และได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “ถ้ากูพกปืนได้เหมือนเมื่อก่อน พวกมึงจบไปแล้ว”

5

ต่อมาเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ แจ้งความว่า ถูกภรรยาลักลอบขนทรัพย์สินในตู้นิรภัย ที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาสุขาภิบาล 3 ทั้งที่เคยตกลงกับธนาคารไว้แล้วว่า เอ็กซ์ เพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถเปิดตู้นิรภัยนี้ได้ แต่ทางธนาคารกลับยินยอมให้ภรรยาเข้าไปเปิดตู้โดยไม่ต้องเซ็นเอกสารใด ๆ เลย ดังนั้น จึงเชื่อว่าน่าจะมีผู้เบื้องหลังพยายามจะดิสเครดิต แต่หมอนิ่มปฏิเสธข้อกล่าวหาลักทรัพย์จากตู้เซฟ โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้ เอ็กซ์ เคยมอบกุญแจเซฟไว้ให้ 1 ดอก และอนุญาตให้ไขได้ตลอดเพราะถือเป็นทรัพย์สินร่วมกัน

จนวันที่ 19 ก.ย.59 นายเอ็กซ์ ได้ไปง้อหมอนิ่มพร้อมกับขอโทษ โดยมีนางปวีณา หงสกุล เป็นคนกลางเข้าไกล่เกลี่ย ซึ่งหมอนิ่มก็บอกว่าให้อภัย แต่ยังไม่ขอกลับไปอยู่ด้วย

3

จนมาถึงจุดที่พีกที่สุดก็คือวันที่นายเอ็กซ์โดนลอบสังหารในคืนวันที่ 19 ต.ค.56 โดยโดนคนร้ายประยิงเสียชีวิตคารถ ที่บริเวณหน้าวัดบางเพ็งใต้ สุขาภิบาล 3 เขตมีนบุรี ซึ่งทางหมอนิ่ม พอได้รับรู้ข่าว ก็รีบมายังที่เกิดเหตุพร้อมช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวเอ็กซ์ ส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

2

ในเวลาต่อมา วันที่ 20 ต.ค.56 เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า คนร้ายที่ยิงเอ็กซ์ มีอยู่ 2 คน ได้แก่ คนขับ 1 คน และคนยิง 1 คน ใช้รถจักรยานยนต์ของผู้หญิง โดยที่คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นมืออาชีพ เนื่องจากยิงไปที่จุดตายและเล็งที่เบาะคนขับเพียงอย่างเดียวและในขณะที่การสอบสวนหมอนิ่ม ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้โทรศัพท์คุยกับเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ เรื่องปรับปรุงห้องนอนลูกที่บ้านพักซอยรามคำแหง 174 ซึ่งทางเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ก็ได้เรียกหมอนิ่มไปคุยที่บ้าน หลังนั้น แต่ว่าแม่หมอนิ่ม เห็นว่ามืดแล้ว ไม่น่าออกไป ดังนั้น เอ็กซ์ จึงขับรถจากบ้านพักซอยรามคำแหง 174 มาที่บ้านพักหมอนิ่มซอยรามคำแหง 162 แทน
ทั้งนี้ตำรวจเริ่มมุ่งเป้าการสังหารเอ็กซ์ ไปที่ปมพระเครื่อง เนื่องจากมีข่าวว่านำพระเครื่องไปขายให้หมอหรือคนมีสี โดยที่หมอนิ่มได้เข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมว่า ไม่เคยรู้เรื่องปัญหาพระเครื่องของเอ็กซ์และไม่ติดใจการเสียชีวิต

6

วันที่ 26 ต.ค.56 ตำรวจเริ่มมุ่งเน้นไปที่ประเด็นครอบครัวอย่างชัดเจน เนื่องจากได้รับรายงานว่า ก่อนเสียชีวิต 4 วัน เอ็กซ์และหมอนิ่มมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง มีการพยายามทำร้ายหมอนิ่ม ด้วยเหตุนี้ ตำรวจจึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า คนใกล้ตัวหมอนิ่มเป็นผู้บงการ เนื่องจากทนพฤติกรรมเอ็กซ์ ไม่ไหว
ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ก่อนที่มือปืนจะยิงเอ็กซ์ จนเสียชีวิตนั้น ดูจากลักษณะแล้ว ไม่ใช่การสะกดรอยตาม แต่เป็นการส่งซิกและยิง นั่นหมายถึงว่า อาจจะเป็นคนในครอบครัวซึ่งรู้ความเคลื่อนไหวของเอ็กซ์ เป็นอย่างดี เป็นผู้บอกข้อมูล ซึ่งอาจจะเป็นพี่ชายต่างมารดาทั้ง 2 คนของหมอนิ่มก็ได้

Advertisement


วันที่ 5 พ.ย. 56 เจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งประเด็นการสังหารไปยังความขัดแย้งระหว่าง เอ็กซ์ และครอบครัวของหมอนิ่ม โดยออกหมายเรียกเครือญาติของ หมอนิ่มมาทำการสอบสวนมี 4 คน ประกอบด้วย พี่ชายต่างมารดาของหมอนิ่ม นายโต้ง นายหนุ่ย และนายทหารอีกคนหนึ่ง และฝ่ายสืบสวนยังพบเบาะแสผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นทีมสังหารแล้ว นอกจากนี้ ยังพบว่า เอ็กซ์ รู้ตัวว่ามีคนปองร้ายก่อนเสียชีวิตประมาณ 1 เดือน จนต้องเปลี่ยนที่พักบ่อยครั้ง

วันที่ 9 พ.ย. 56 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้แถลงข่าวการจับกุมตัวนายจิรศักดิ์ กลิ่นคล้าย อายุ 33 ปี มือปืนลอบสังหาร เอ็กซ์ โดยยอมรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากทนายอี๊ด นายสันติ ทองเสน ด้วยค่าจ้าง 2 แสนบาท โดยแบ่งกับนายอ้น ธวัชชัย เพชรโชติ คนขับขี่รถจักรยานยนต์คนละ 1 แสนบาท ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนีไป

8

วันที่ 10 พ.ย.56 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมชุดสืบสวนได้แถลงข่าวการจับกุม น.ส.วรพรรณภูรี มนตรีอารีกุล หรือ เจ๊แหม่ม ผู้จัดหาทีมสังหารนายจักรกฤษณ์ โดยให้การรับสารภาพว่ารับจ้างจาก นางสุรางค์ ดวงจินดา มารดาของพญ.นิธิวดี และพญ.นิธิวดี ในราคา 1.2 ล้านบาท โดย เจ๊แหม่ม สารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุ 3-4 เดือน นางสุรางค์ได้มาปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดี เพราะลูกสาวถูกนายจักรกฤษณ์ทำร้ายเป็นประจำ จากนั้นในวันที่ 29 กรกฎาคม 2556 ตนจึงพา นายสันติ ทองเสม หรือทนายอี๊ด ซึ่งมีความสามารถในการจัดหามือปืน ไปพบนางสุรางค์ที่โรงพยาบาล และต้องแอบคุยกัน เนื่องจากหมอนิ่มนอนพักรักษาตัวจากการแท้งลูกอยู่บนเตียง

9

วันที่ 11 พ.ย.56 นางสุรางค์ ดวงจินดา แม่หมอนิ่มเข้ามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหา โดยรับสารภาพว่าจ้างมือปืนฆ่าเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ จริง เพราะแค้นที่ลูกสาวโดนซ้อมบ่อย ๆ แม้ว่าในช่วงที่ลูกสาวท้องลูกคนที่ 3 อยู่ แต่ เอ็กซ์ จักรกฤษณ์ ก็ยังทำร้ายจนทำให้แท้งลูก นอกจากนี้ เอ็กซ์ ยังเคยเอาปืนมาขู่ตนด้วย จึงทนไม่ไหว ภายหลัง ตำรวจ สน.มีนบุรี ให้ นางสุรางค์ ดวงจินดา แม่หมอนิ่ม พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ ประกันตัวสู้คดีในชั้นศาล โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 5 แสนบาท เนื่องจากเห็นว่าผู้ต้องหาไม่มีเจตนาหลบหนี และเข้ามอบตัวเอง ซึ่งจากการสอบประวัติไม่เคยทำความผิด ส่วนนายสันติ หรือทนายอี๊ด ที่ถูกพาดพิงว่าเป็นผู้ว่าจ้างและจัดหามือปืน ได้เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ และปฏิเสธว่าเป็นผู้จ้างวานฆ่านายจักรกฤษณ์ โดยยอมรับว่า รู้จักเจ๊แหม่มจริง เพราะเคยทำคดีเกี่ยวกับหนี้สินให้ แต่ไม่ได้สนิทสนมเป็นการส่วนตัว ส่วนนายจิรศักดิ์ที่เป็นมือปืนนั้น ก็เคยเจอกันจริง แต่ส่วนตัวไม่รู้ว่านายจิรศักดิ์ประกอบอาชีพอะไร พร้อมยืนยันว่า ไม่เคยพบ หรือรู้จักมารดาของหมอนิ่มมาก่อนแต่อย่างไรก็ตาม ทาง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ไม่อนุญาตให้ประกันตัวทนายอี๊ด เนื่องจากกลัวจะออกไปข่มขู่พยาน

6

7

10

จนวันที่ 10 ส.ค. 57 รวบเพิ่มอีก 1 ในทีมยิง เอ็กซ์ คือนายธวัชชัย เพชรโชติ ยอมรับสารภาพทำหน้าที่ขับรถ จยย. ให้มือปืน ระบุ ทนายอี๊ด ติดต่องานให้ ได้ค่าจ้าง 2 แสน ตำรวจค้านประกันตัว

11

วันที่ 3 ธ.ค.57 ศาลสั่ง พ่อเอ็กซ์ และหมอนิ่ม เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน ขณะที่ พ่อเอ็กซ์ เตรียมยื่นอุทธรณ์ พร้อมเผยคดี หมอนิ่ม นำตู้เซฟไปจากธนาคารยังไม่คืบ แถมถูกห้ามพบหน้าหลาน

12

และล่าสุดวันที่ 19 ธ.ค.59 ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.383/2557 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลจังหวัดมีนบุรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายจิรศักดิ์ กลิ่นคล้าย (มือปืน) นส.สุรางค์ ดวงจินดา , พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ , นายสันติ ทองเสม (ทนายความ) และนายธวัชชัย เพชรโชติ(ผู้ขี่จยย.พามือปืนก่อเหตุ) เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและจ้างวานใช้ ยุยงส่งเสริมให้ฆ่าและพกพาอาวุธปืน ยิงอาวุธปืนในที่ทางสาธารณะ ตามฟ้องของอัยการโจทก์เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 57 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างเดือน ส.ค.-19 ต.ค. 56 จำเลยที่ 2-4 ได้ร่วมกันจ้างวานใช้นายจิรศักดิ์ จำเลยที่ 1 กับพวกที่อยู่ระหว่างหลบหนี ให้ฆ่านายจักรกฤษณ์ ซึ่งต่อมาจำเลยที่ 1 กับพวกได้ใช้อาวุธปืนออโตเมติก ยี่ห้อลูเกอร์ รุ่นโตกาเรฟ ขนาด 7.62 ม.ม. ยิงนายจักรกฤษณ์หลายนัด เข้าที่หน้าอก หัวใจ ปอด จนถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของพวกจำเลย ก่อนหลบหนี

1

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมจำเลยได้ ชั้นสอบสวนนายจิรศักดิ์ และ น.ส.สุรางค์ จำเลยที่ 1-2 ให้การภาคเสธ ส่วน พญ.นิธิวดี และนายสันติ จำเลยที่ 3-4 ให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี เหตุเกิดที่แขวงและเขตมีนบุรี กทม. และที่อื่นเกี่ยวพันกัน

Advertisement


ชั้นพิจารณาของศาล จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ โดยระหว่างการพิจารณาคดี น.ส.สุรางค์ กับพญ.นิธิวดี และนายสันติ จำเลยที่ 2-4 ได้ประกันตัวไปคนละ 5 แสนบาท คดีสืบพยานเสร็จสิ้น เมื่อเดือน ก.ย. 59 ที่ผ่านมา โดยศาลเบิกตัว นายจิรศักดิ์ จำเลยที่ 1 และนายธวัชชัย จำเลยที่ 5 จากเรือนจำ ซึ่งไม่ได้รับการประกันตัวตลอดการพิจารณาคดี ส่วน น.ส.สุรางค์ กับ พญ.นิธิวดี และนายสันติ จำเลยที่ 2-4 มาศาลตามนัด ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 1,3,4 และ 5 กระทำผิดจริง พิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต นายจิรศักดิ์ (มือปืน) จำเลยที่ 1 พญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม จำเลยที่ 3 ให้ประหารชีวิตสถานเดียว
นายธวัชชัย (ผู้ขี่จยย.) จำเลยที่ 5 ให้จำคุกตลอดชีวิต
นายสันติ จำเลยที่ 4 ให้ประหารชีวิตสถานเดียว
ส่วน น.ส.สุรางค์ จำเลยที่ 2 พยานหลักฐานยังมีเหตุสงสัยให้ยกฟ้อง
ในเวลาต่อมานายชำนาญ ชาดิษฐ์ ทนายความของหมอนิ่ม เปิดเผยว่า ได้ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์เดิมซึ่งเป็นเงิน 5 แสนบาทและเพิ่มหลักทรัพยใหม่อีก 2 ล้านบาท รวมเป็น 2.5 ล้านบาทพร้อมยื่นหนังสือเดินทางเป็นหลักประกันว่าจะไม่หลบหนี อย่างไรก็ตามศาลจังหวัดมีนบุรี พิเคราะห์แล้วเห็นว่า สมควรส่งเรื่องให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป ดังนั้น พญ.นิธิวดี จึงต้องถูกควบคุมตัวไว้เพื่อส่งเข้าเรือนจำพิเศษมีนบุรีแดนหญิงต่อไป ส่วนคำสั่งศาลอุทธรณ์ว่า จะอนุญาตให้ประกันตัวหมอนิ่มหรือไม่นั้น คาดว่า จะใช้เวลา 2-3 วัน จึงส่งมาอ่านที่ศาลจังหวัดมีนบุรีได้
ย้อนคดี"หมอนิ่ม"จ้างฆ่า"เอ็กซ์" สยองขวัญ !! วันเผาเธอ ทำแบบนี้จนญาติฝ่ายชายรับแบบไม่ได้ !?? ย้อนคดี"หมอนิ่ม"จ้างฆ่า"เอ็กซ์" สยองขวัญ !! วันเผาเธอ ทำแบบนี้จนญาติฝ่ายชายรับแบบไม่ได้ !?? Reviewed by บำรุง สมอง on 13:35:00 Rating: 5

Comments