Recent comments


บอกได้คำเดียวว่า!!! "เสื่อม"....สังคมสมัยนี้เป็นอะไรกัน #โปรดใช้วิจารณญาณ...(ชมคลิป)


เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าในสังคมของโลกยุคปัจจุบันนี้ โซเชียลเน็ตเวิร์กได้เข้ามามีอิทธิพลเป็นอย่างมาก ในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน จึงทำให้สังคมทุกวันนี้เรียกว่า “สังคมก้มหน้า” ซึ่งหมายถึงผู้คนโดยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ หรือถึงขั้นเรียกว่าหมกมุ่นก้มหน้าก้มตาและจดจ่ออยู่กับการเสพข่าวสาร การติดต่อ การพูดคุยกันผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ เช่น Line, WhatsApp, Twitter, Facebook, Instagram โดยใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือ

Advertisement


ซึ่งทำให้มีการพูดคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนที่อยู่รอบตัวน้อยลง จนกลายเป็นต่างคนต่างอยู่มากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าถ้าให้สิ่งเหล่านี้มามีอิทธิพลกับเรามากจนเกินไป โดยที่เราไม่รู้จักควบคุมการใช้ให้ดี ปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ก็อาจเกิดขึ้นได้

เราลองมาเช็กกันดูว่าตัวเราเองหรือคนที่อยู่ใกล้ตัวเรานั้นอยู่ในข่ายที่เสพติดโซเชียลเน็ตเวิร์กมากเกินไปหรือเปล่า ดังนี้

1. ใช้เวลา 4 - 5 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้นต่อวันในการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก

2. อยู่กับโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นสิ่งแรกตอนตื่นนอน และเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนที่จะนอน อีกทั้งมักจะต้องหยิบสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตขึ้นมา เช็คดูข้อความอยู่ทุกๆ 15 นาที

3. รู้สึกหงุดหงิดและกระวนกระวายมาก ถ้ามีเหตุที่ไม่ได้เข้าโซเชียลเน็ตเวิร์ก

4. ละเลยครอบครัวและคนใกล้ชิดในชีวิตจริงและชอบที่จะสร้างความสัมพันธ์ รวมถึงมีความสนิทสนมกับเพื่อนในโลกออนไลน์มากกว่าเพื่อนในชีวิตจริง

แท้จริงแล้วการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กนั้น เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากมาย ทั้งในการติดต่อสื่อสารที่ไร้พรมแดนและการค้นคว้าหาความรู้ที่มีอย่างไม่จำกัด แต่หากคุณหมกมุ่นอยู่กับมันมากเกินไป นอกจากจะทำให้เสียการงาน เสียความสัมพันธ์อันดีกับคนใกล้ชิด เสียเวลาที่มีค่าไปอย่างเปล่าประโยชน์แล้ว ยังทำให้เสียสุขภาพ เพราะอาจทำให้เราเป็นโรคที่เกี่ยวกับสายตา ปวดต้นคอ ปวดไหล่ ปวดหัว

Advertisement


ดังนั้น เราต้องรู้จักระวังและควบคุมตัวเอง ที่จะไม่เสพติดโซเชียลเน็ตเวิร์กมากจนเกินไป จนมันกลายเป็นพิษในชีวิตของเรา

บอกได้คำเดียวว่า!!! "เสื่อม"....สังคมสมัยนี้เป็นอะไรกัน #โปรดใช้วิจารณญาณ...(ชมคลิป) บอกได้คำเดียวว่า!!! "เสื่อม"....สังคมสมัยนี้เป็นอะไรกัน #โปรดใช้วิจารณญาณ...(ชมคลิป) Reviewed by บำรุง สมอง on 17:17:00 Rating: 5

Comments