Recent comments


ความรู้ใหม่! น้ำพริกต้านมะเร็ง พร้อมสูตรน้ำพริกอภินิหาร "น้ำพริกกะปิต้านมะเร็ง"


“น้ำพริก” ถือเป็นอาหารหลักที่รับประธานกันทุกครัวเรือน ทุกภูมิภาค เป็นอาหารสุขภาพที่หล่อเลี้ยงคนไทยมาช้านาน ดูได้จากคนสมัยก่อนส่วนใหญ่จะมีอายุยืนเป็นร้อยปี สุขภาพร่างกายแข็งแรง

โดยในน้ำพริกนั้น จะมีเครื่องเทศและพืชผักอันเป็นสมุนไพรที่อุดมด้วยนานาสรรพคุณในการสร้างเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค นำมาปรุงแต่งด้วยศิลปะการทำอาหารไทยที่เปี่ยมด้วยรสชาติและสีสันสดใส

Advertisement


แต่จะมีใครรู้บ้างว่าน้ำพริกนั้น มีสรรพคุณสามารถต้านมะเร็งได้ โดยเฉพาะน้ำพริกกะปิ ที่อยู่คู่สำรับอาหารแทบทุกบ้านนั้น มีสรรพคุณต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี

เนื่องจากน้ำพริกกะปิอุดมไปด้วยแคลเซี่ยมสูง ด้วยส่วนประกอบของน้ำพริกกะปิ ทั้งมะนาว มะอึก พริก และสารพัดผักที่นำมาจิ้มน้ำพริก

สำหรับสูตรน้ำพริกอภินิหารน้ำพริกกะปิต้านมะเร็ง มีส่วนผสม คือ กะปิ กระเทียม พริกสด กุ้งแห้งป่น น้ำตาล น้ำปลา มะเขือพวง มะอึก น้ำมะนาว และน้ำเปล่าเล็กน้อย

วิธีการทำเริ่มด้วยการนำกะปิไปย่างให้หอม นำมาโขลกกับกระเทียม พริก ให้ละเอียด ให้กุ้งแห้งป่น น้ำตาล น้ำปลา มะเขือพวง น้ำเปล่า เติมมะอึกที่หั่นแล้ว สุดท้ายเติมน้ำมะนาว ชิมรสตามชอบ

คนไทยในยุคสมัยนี้ นิยมรับประทานน้ำพริกกันน้อยลง เนื่องจากไม่ชอบทานเผ็ด และไม่ชอบทานพืชผักสมุนไพร ทำให้สุขภาพร่างกายแย่ลงตามไปด้วย นพ.มรกต กรเกษม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์ด้านสุขภาพของคนไทยว่า ในแต่ละปีคนไทยมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพสูงถึง 3.3 แสนล้านบาท

Advertisement


โดย 90% เป็นค่ารักษาพยาบาลด้วยการแพทย์แผนปัจจุบัน และค่าใช้จ่ายด้านนี้มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่ายา กระทรวงสาธารณสุขจึงได้พัฒนายาจากสมุนไพรไทย

และส่งเสริมการใช้แพทย์แผนไทยมาโดยตลอด ทำให้โรงพยาบาลเกือบทุกแห่งทั่วประเทศมีแผนกที่ให้การรักษาด้วยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเพื่อให้บริการมากขึ้น

นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย 13 หน่วยงาน ร่วมกันจัดมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ขึ้น เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย รวมถึงการแพทย์พื้นบ้านไทยด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก...food-resources.org
ความรู้ใหม่! น้ำพริกต้านมะเร็ง พร้อมสูตรน้ำพริกอภินิหาร "น้ำพริกกะปิต้านมะเร็ง" ความรู้ใหม่! น้ำพริกต้านมะเร็ง พร้อมสูตรน้ำพริกอภินิหาร "น้ำพริกกะปิต้านมะเร็ง" Reviewed by บำรุง สมอง on 07:45:00 Rating: 5

Comments