Recent comments


สุดกตัญญู!! ลูกสาววัย 17 ปี อาศัยอยู่ในเพิงเล็กๆ ดูแลพ่อพิการ ค่อยป้อนข้าวให้พ่อกินทุกวัน

สาวน้อยวัย 17 ลูกยอดกตัญญู ที่ไม่ยอมก้มหน้าต่อความจน คอยดูแลพ่อบังเกิดเกล้าพิการร่างกาย และเลี้ยงน้อยชายอีกคน อาศัยซากรถ 10 ล้อเก่าต่อเป็นเพิงพักท้ายอู่รถนายจ้าง ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ทุกวันนี้ยอมทิ้งความสุขวัยเด็ก ต้องรับจ้างทำงานเพื่อให้ได้เงินประทังชีวิตครอบครัว เผยความฝันอยากเป็นทหาร พร้อมเล่าทั้งน้ำตาอยากเจอแม่สักครั้งหลังขาดการติดต่อไป 2 ปี เนื่องในวันแม่แห่งชาติ


Advertisement

นี่คือภาพแห่งความสุขจากลอยยิ้มและเสียงหัวเราะเล็กๆ จากผู้เป็นพ่อที่ร่างกายพิการ แขนขาขาดไม่สามรถช่วยเหลือตนเองได้ กำลังรับประทานข้าวจากปลายช้อนที่ป้อนจากน้องเอ๊ะ หรือ น.ส.ภานุภรณ์ กิ่งพรมภู ลูกสาววัย 17 ปี ที่จะคอยปรนนิบัติดูแลไม่ห่าง อีกทั้งยังต้องคอยดูแลน้องชาย วัย 10 ปี อีกคน อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ ที่เรียบง่ายโดยใช้ซากรถ 10 ล้อเก่ามาดัดแปลงปลูกเป็นที่พักอาศัยซึ่งเจ้าของอู่รถให้ความเมตตาได้อยู่โดยไม่คิดค่าเช่าที่บริเวณท้ายอู่รถ ริมทางรถไฟหมู่ 17 ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยโดยนายจ้าง ที่เกิดความเมตตาและห่วงใยต่อครอบครัวของน้องเอ๊ะ หลังต้องแบกภาระทั้งหมดเอาไว้ด้วยวัยเพียง 17 ปี ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าไปพูดคุยกับน้องเอ๊ะ หรือ นางสาวภานุภรณ์ กิ่งพรมภู ที่บ้าน ในช่วงเวลาประมาณ 12.15 น. เห็นถึงภาพความประทับใจในขณะที่น้องเอ๊ะกำลังทำหน้าที่ลูกที่คอยปรนนิบัติดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำในขณะสวมชุดนักศึกษาให้กับนายยุทธนา ฮาดนารี อายุ 36 ปี ซึ่งมีสภาพร่างกายพิการ แขนขวาและขาซ้ายขาด มือซ้ายอ่อนแรง ช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้

น้องเอ๊ะ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเองและพ่อเป็นชาวจังหวัดสกลนคร โดยพ่อได้เลิกรากับแม่ของตนไปตั้งแต่ตนยังเล็กๆ จากนั้นพ่อก็มาสมัครเป็นพนักงานขับรถบรรทุกสิบล้อให้กับบริษัท ขลุ่ยศรีตระกูล ที่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นเวลา 10 ปีเศษ ช่วงนั้นตนเองอาศัยอยู่กับย่าที่บ้านในจังหวัดสกลนคร และเมื่อประมาณปี 2554 หรือ 4 ปีก่อน พ่อได้ขับขี่ รถ จยย.ไปประสบอุบัติเหตุถูกรถชน จนต้องตัดแขน ขา กลายสภาพเป็นคนพิการไม่สามารถทำงานเลี้ยงชีพได้ มีแค่เงินคนพิการเดือนละ 800 บาท ประกอบกับที่แม่เลี้ยงก็มาทิ้งพ่อไปอีกคน ทำให้ตนเองห่วงพ่อจึงตัดสินใจเดินทางจังหวัดสกลนคร มาอยู่ดูแลพ่อเพื่อตอบแทนบุญคุณ 


น้องเอ๊ะ เล่าต่ออีกว่า หลังจากที่เดินทางมามาถึงที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีแล้ว ตนเองและพ่อกับน้องชายได้รับความเมตตาจากนายสราวุฒิ ขลุ่ยศรีตระกูล เถ้าแก่ที่ใจบุญให้ที่อยู่อาศัย ให้ใช้ซากรถสิบล้อเก่ามาดัดแปลงเป็นบ้านพักอาศัย และยังให้ตนทำงานเป็นแม่บ้าน คอยดูแลทำความสะอาดบ้านและเป็นพี่เลี้ยงเด็ก เพื่อจะได้มีรายได้มาคอยดูแลพ่อและน้องชาย

Advertisement

ด้วยความขยันหมั่นเพียรประกอบกับเป็นเด็กที่กตัญญูนายจ้างจึงอาสาช่วยเหลือค่าเรียนและค่าใช้จ่ายบางส่วน รวมทั้งยังซื้อกับข้าวให้ตนมาทำกินในครอบครัวเพื่อเป็นการประทังชีวิต

ปัจจุบัน น้องเอ๊ะ กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้น ปวช.ปี 2 สาขาการบัญชี ที่วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี 2 อำเภอบ้านโป่ง โดยจะต้องขับขี่รถจักรยานยนต์จากบ้านตั้งแต่เวลา 07.00 น. ด้วยระยะทางจากบ้านถึงวิทยาลัยประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นประจำทุกวัน และช่วงพักกลางวันประมาณ 12.00 น.จะต้องขับขี่รถจักรยานยนต์กลับมาจากวิทยาลัย เพื่อหุงหาอาหารและป้อนข้าวให้กับพ่อพร้อมกับดูแลเรื่องขับถ่าย เสร็จแล้วก็จะกลับไปเรียนเหมือนในช่วงบ่าย โดยที่ทางวิทยาลัยก็อนุญาตให้น้องเอ๊ะกลับมาดูแลพ่อได้ด้วยความสงสาร

นายยุทธนา พ่อของน้องเอ๊ะ เล่าว่า ทุกวันนี้ตนรู้สึกภูมิใจที่มีลูกสาวที่กตัญญู คอยดูแลตนเองไม่ห่าง ไม่เคยทิ้ง แม้ตนเองจะสงสารลูกแต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือและทำอะไรได้ บางครั้งน้อยใจชีวิต แต่ก็เป็นห่วงลูกสาวและลูกชาย จึงอยู่สู้เป็นกำลังใจให้กับลูกทั้งสอง น้องเอ๊ะจะคอยให้กำลังใจตนเองอยู่เสมอ บอก “หนูจะไม่ทิ้งพ่อจะคอยดูแลพ่อไปตลอดเท่าที่หนูจะดูแลได้” ทำให้ตนคิดทุกครั้งบางเวลาแอบนอนร้องไห้เพราะสมสารลูกที่ต้องมาเหนื่อย แทนที่จะได้ไปสนุกเล่นกับเพื่อนๆ ซึ่งตลอด 4 ปีที่ตนเองต้องพิการ น้องเอ๊ะไม่เคยไปเที่ยวไหนเลยแม้ครั้งเดียวเช้าต้องตื่นแต่เช้า ทำความสะอาดบ้านดูและตนเอง และไปทำงานที่บ้านนายจ้าง จากนั้นจะกลับมาเปลี่ยนชุดไปโรงเรียน ช่วงพักเที่ยงก็ต้องขับขี่รถจักรยานยนต์กลับมาจากโรงเรียน ซึ่งระยะทางไกลถึง 7 กิโล ต้องขับบนถนนใหญ่ ไปกลับทุกวัน ตนเองก็เป็นห่วงเพราะหวั่นกลัวจะต้องประสบอุบัติเหตุแบบตนเอง แต่น้องเอ๊ะบอกหนูอยากเรียน เพื่อจะได้เรียนจบสูงๆ มีงานทำดีๆ จะได้ดูแลพ่อไปได้ตลอด อีกทั้งยังต้องส่งเสียน้องชายอีกคน

น้องเอ๊ะ สาวยอดกตัญญู กล่าวทิ้งท้ายว่า บางครั้งเคยคิดว่าชีวิตครอบครัว ของเราทำไม ไม่เหมือนคนอื่น ทำให้ท้อแท้เป็นบางครั้ง แต่ก็มีทั้งเพื่อนๆอาจารย์ในวิทยาลัย และเถ้าแก่ผู้มีพระคุณคอยให้กำลังใจให้สู้ต่อไป

12 สิงหาที่จะถึงนี้ เป็นวันแม่แห่งชาติ น้องเอ๊ะ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเองอยากพบและกราบแม่ซักครั้งหลังจากที่ขาดการติดต่อไปได้ประมาณ 2 ปี ตนเองไม่โกรธและไม่เคยโทษแม่ที่หายไป เพราะคิดเสมอว่าตนเองเป็นลูกและรักแม่ ถึงแม่จะไม่รักหรือหายไปก็ตาม

สุดกตัญญู!! ลูกสาววัย 17 ปี อาศัยอยู่ในเพิงเล็กๆ ดูแลพ่อพิการ ค่อยป้อนข้าวให้พ่อกินทุกวัน สุดกตัญญู!! ลูกสาววัย 17 ปี อาศัยอยู่ในเพิงเล็กๆ ดูแลพ่อพิการ ค่อยป้อนข้าวให้พ่อกินทุกวัน Reviewed by บำรุง สมอง on 16:33:00 Rating: 5

Comments