Recent comments


เผยหมดเปลือกเด็กปี 1 จบปี 3 ถอยเบนซ์ SLK พร้อมเงินเก็บ10ล้าน กับแนวคิด “อย่าเรียนจบค่อยหางานทำ”


ในยุคที่ระบบเศรษฐกิจตกต่ำสวนทางกับรายได้ที่ผู้คนส่วนใหญ่ได้รับ หลายคนจึงมองหาช่องทางอื่นเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้มากขึ้น เช่นเดียวกับเหล่านักเรียน นักศึกษาในยุคนี้ที่พยายามหาช่องทางการสร้างรายได้เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว แต่ด้วยวุฒิภาวะยังไม่พร้อมที่จะเริ่มต้นทำงาน เนื่องจากมีเวลาเป็นปัจจัยหลัก จึงทำให้หลายคนมองว่าหากทำงาน ควบคู่ไปกับการเรียนจึงเป็นสิ่งที่ไม่สมควร เพราะอาจส่งผลกระทบกับผลการเรียนโดยตรง แต่เมื่อเวลาผ่านไป นักศึกษาหลายคนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “เรียนอยู่ก็สามารถทำงานแล้วประสบความสำเร็จได้” อย่างนางสาวณัฐวดี สุทธิประภา หรือน้องบี เจ้าของบัญชีเฟซบุ๊ก “Natthawadee Suthiprapa” เรียนจบปี 3 แต่สามารถถอยเบนซ์ SLK พร้อมมีเงินเก็บอีก 10 ล้านบาท

Advertisement


เผยชีวิตเด็กปี 1 ที่เคยติดลบของนางสาวณัฐวดี สุทธิประภา หรือน้องบี
น้องบี เล่าถึงวินาทีที่ทำให้ชีวิตของตัวเองติดลบตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 ว่า จริงๆที่บ้านเป็นหนี้แบงค์อยู่ 3 ล้านบาท เนื่องจากต้องการกู้เพื่อนำมาทำธุรกิจ ฉะนั้นตอนเรียนจึงไม่อยากขอเงินที่บ้าน พยายามจะหาเงินด้วยตัวเองเพราะอยากแบ่งเบาภาระที่บ้านด้วยการหาสินค้ามาขายผ่านทางออนไลน์ จึงตัดสินใจสั่งสินค้าจากร้านขายส่ง เพื่อนำมาจับราคา และขายต่อผ่านโลกโซเชียล แต่กลับต้องมาพบเจอกับเหตุการณ์ร้ายๆตั้งแต่ครั้งแรก เพราะไม่เคยคิดว่าสุดท้ายจะโดนโกง โดนเอาเปรียบ ตอนนั้นคิดว่าช่องทางที่หาเงินง่ายสุดคือการขายของ เพราะสามารถเรียนไปด้วยขายของออนไลน์ไปด้วยได้ แต่แล้วเคราะห์ซ้ำกรรมซัด กลับโดน โกง มูลค่ากว่า 70,000 บาท เพราะโดนโกงครั้งนี้ เลยเป็นที่มาของคำว่า ชีวิตติดลบ!


จากเด็กที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 ซึ่งเป็นวัยที่หาเงินค่อนข้างลำบาก แต่กลับมีหนี้กว่า 70,000 บาท เพราะโดนโกง
น้องบี เล่าว่า ตอนนั้นพยายามหาเงินมาคืนให้ได้มากที่สุดเพราะจะไม่มีทางไปโกงลูกค้าต่อแน่ๆ จึงรวบรวมเงินเก็บให้ได้มากที่สุด พร้อมกับทำงาน สอนพิเศษ
จากนั้นจึงตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้ที่บ้านรับทราบ แต่ผลที่ได้กลับมาคือ โดนที่บ้านต่อว่า แถมยังสั่งห้ามขายของออนไลน์อีก เพราะกลัวจะโดนโกงอีกรอบ แต่คือความตั้งใจของเราคือเราอยากหาเงินช่วยเหลือตัวเอง ซึ่งช่องทางในการหารายได้ของคนวัยเรียนก็ไม่มากนัก จึงตัดสินใจแอบกลับมาขายของออนไลน์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนเพราะได้รับบทเรียนมาจากการถูกโกงมากพอสมควรจึงทำการบ้านให้มากขึ้น พยายามหาแหล่งที่มา หาโรงงาน โดยทุกขั้นตอนติดต่อประสานงานเองตั้งแต่ต้นตอที่มาของสินค้า คัดเลือกวัตถุดิบ คัดเลือกโรงงาน ทำทุกขั้นตอนด้วยตัวเองใช้เวลารวบรวมข้อมูลอยู่เกือบ 2 เดือน และในที่สุดทุกอย่างก็สำเร็จ บีเปิดร้านขายเสื้อผ้า และสินค้าแฟชั่นในโซเชียลมีเดีย โดยขายไปด้วยเรียนไปด้วย หาเงินค่าเทอม ค่าขนมเอง จนเรียนจบภายใน 3 ปีครึ่ง ตอนนั้นมีเงินเก็บอยู่ก้อนนึง ติดไว้ว่าเรียนจบอยากทำธุรกิจสักอย่าง


ชีวิตไม่เป็นอย่างที่หวัง เพราะดันมาเจอกับสิ่งที่ไม่อยากเจอ คือ “โดนโกงอีกครั้ง”
การถูกโกงครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่แล้ว เพราะคนที่โดนโกงกลับเป็นพ่อของตัวเอง และที่หนักไปกว่านั้นคือมีหนี้มูลค่าร่วม 400,000 บาท! ซึ่งน้องบี เล่าว่า ตอนนั้นทรุดมาก นั่งร้องไห้ โทษตัวเอง โทษโชคชะตา โทษทุกอย่าง ทำไมเราไม่มีเงินเหมือนคนอื่น ทำไมเราไม่สบายเหมือนคนอื่น ทำไมเราต้องมาเจอคนโกงซ้ำแล้วซ้ำอีก จากเหตุการณ์ครั้งนี้ น้องบีจึงตัดสินใจนำเงินเก็บที่มีทั้งหมดให้กับพ่อเพื่อให้ธุรกิจของพ่อสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ทำให้โครงการของตัวเองที่เคยวางแผนไว้ต้องหยุดไป และกลับไปคิดแต่เรื่องขายของอย่างเดียว ซึ่งโชคดีตรงที่เจอลูกค้าดีๆ มีลูกค้าประจำ เลยขยันเต็มที่เพื่ออยากเก็บเงินเพื่อใช้หนี้ที่กู้มากว่า 3 ล้านบาทให้หมด

Advertisement


ตลอดระยะเวลา 6 ปี น้องบีเล่าว่า เรียนและทำงานหนักมากไม่ได้ดูแลตัวเอง ทำทุกอย่างตั้งแต่เช็กสต๊อคของ, ทำรายชื่อจัดส่ง, แพ็คของ และส่งของ จนโทรมมากๆเลยคิดว่า บางทีถึงเวลาที่เราควรดูแลตัวเองบ้างแล้ว จึงซื้อครีม, หาหมอ หรือบำรุงทุกวิธีก็ทำได้แค่ไม่กี่วันก็หยุด ขี้เกียจบ้าง ลืมบ้างเลยตัดสินใจ เอ้า!!! ทำแบรนด์ครีมเองเลยเพราะมองว่าตัวเองเป็นคนบ้างาน ทำงานเต็มที่ ถ้าทำแบรนด์ตัวเองต้องทำเต็มที่ และต้องศึกษาทุกอย่างด้วยตัวเอง ศึกษาตั้งแต่ต้นตอ ทำให้เหมือนตอนหาข้อมูลที่จะขายของ อันไหนดีไม่ดีลองพิสูจน์ เพราะจะได้นำความรู้นี้มาดูแลตัวเองได้

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่ได้ง่ายไปซะทั้งหมด เพราะต้องศึกษา หาของมูล รวมทั้งทดลองเพื่อสิ่งที่ดีที่สุด โดยใช้เวลาทั้งหมดร่วม 8 เดือน จนเกิดมาเป็นแบรนด์ “BBella”
น้องบี เล่าสิ่งแรกที่ทำคือ ลองด้วยตัวเองก่อนเลย ตั้งใจว่าจะลอง 1 เดือน เพราะเดิมทีเป็นคนผิวคล้ำ แถมผิวยังแห้งมาก เพราะไม่ได้ดูแลตัวเอง รอยแผลเป็นเยอะมากจากการทำงาน คิดว่าถ้าตัวเองลองใช้แล้วไม่ดี คือทิ้ง!!! ไม่เอาออกมาให้ใครเห็นและอายเค้าเปล่าๆแต่ผลคือ หลังจากลองด้วยตัวเอง 1 อาทิตย์ ผิวที่แห้งมากกลายเป็นไม่แห้งเลย รู้สึกดีใจมากคือคิดว่าความรู้ที่พยายามค้นมาสำเร็จและได้ผลไป 1 ขั้น แต่ก็ยังไม่มั่นใจที่จะขาย เลยลองต่อไปอีก 5 วัน จนเพื่อนทักและถามว่าใช้อะไรทำไมขาวขึ้น จึงคิดว่าแบรนด์เราคงพร้อมแล้ว เปิดตัววันแรก คือของลอตแรกมีอย่างละ 1000 ชิ้น วันแรกมีจองกว่า 40% และสามารถขายหมดลอตแรกภายใน 5 วัน และทุกคนรีวิวกลับมาแบบดีมาก จนไม่คิดว่าเราทำได้จริงๆ

Advertisement


ตั้งแต่สร้างแบรนด์ BBellaขึ้นมา ผู้ที่ทดลองใช้ ต่างรีวิวสินค้าไปในทางเดียวกันว่าชอบในสินค้า 100% ทำให้ทุกคนกลับมาสมัครเป็นตัวแทน เปิดบิล VIP สมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายรวมกว่า 500 คนภายใน 1 อาทิตย์หลายๆคนจากผิวแห้งมากๆ ได้รับการบำรุงจากผลิตภัณฑ์ BBellaทำให้ผิวกลับมาดูดี เพราะ BBellaใส่ใจทุกๆรายละเอียด ใส่อาหารผิวไปเต็มๆ บำรุงถึงขั้นสุด แต่ไม่ว่าจะยังไงถึงตัวแทนจำหน่ายจะเยอะขนาดไหน สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ”ทุกคนเป็นครอบครัวเรา” โดยน้องบีมองว่า หากไม่มีตัวแทนจำหน่ายก็จะไม่มีเราในวันนี้ ฉะนั้นเราต้องรักและดูแลตัวแทนทุกคนอย่างเต็มที่ ไม่ทิ้งกัน

จนตอนนี้ น้องบีหาเงินใช้หนี้ให้ที่บ้านได้ครบทุกบาททุกสตางค์ พร้อมแสดงให้ครอบครัว และหลายคนเห็นแล้วว่าทำได้
แม้หลายคนจะมองว่าการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยส่วนใหญ่จะไม่รอด แต่น้องบีแสดงให้เห็นแล้วว่าใครๆก็ทำได้ โดยน้องบีเผยถึงสิ่งที่ทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จได้คือ ต้องทำให้ถึงที่สุด แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องแบ่งเวลาให้เป็น มีความรับผิดชอบ และแบ่งความสำคัญให้เป็น เรื่องเรียนต้องมาก่อน โดยน้องบีสามารถเรียนจบได้ภายใน 3 ปีครึ่ง แถมยังได้เกียรตินิยมอันดับ 2 และซื้อรถคันแรกได้ด้วยตัวเองตั้งแต่ตอนเรียนปี 3, ซื้อคันที่ 2 หลังจากเรียนจบ และหลังจากนั้นอีก 2 สามารถซื้อรถยนต์ยี่ห้อ Mercedes-Benz รุ่น SLK เพื่อเป็นของขวัญให้ตัวเอง แค่ 3 เดือน หาเงินได้ 10 ล้าน

ที่มา:khaosod
เผยหมดเปลือกเด็กปี 1 จบปี 3 ถอยเบนซ์ SLK พร้อมเงินเก็บ10ล้าน กับแนวคิด “อย่าเรียนจบค่อยหางานทำ” เผยหมดเปลือกเด็กปี 1 จบปี 3 ถอยเบนซ์ SLK พร้อมเงินเก็บ10ล้าน กับแนวคิด “อย่าเรียนจบค่อยหางานทำ” Reviewed by บำรุง สมอง on 10:57:00 Rating: 5

Comments