Recent comments


เผบเทคนิค!! ขยายพันธุ์กล้วย ด้วยวิธีผ่าหน่อแบบง่าย แต่ได้ผลผลิตมากกว่า 1 ต้น..


“กล้วย” เป็นผลไม้ที่คนไทยนิยมปลูก เพราะทั้ง ต้น ผล และปลีกล้วย ต่างนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะผลกล้วยที่ ให้คุณค่าทางอาหารอย่างมาก นอกจากจะรับประทานสดได้แล้วยังนิยมนำไปแปรรูปเป็นอาหารต่าง ๆ ได้อีกด้วย 

อาทิ กล้วยปิ้ง กล้วยเชื่อม กล้วยฉาบ กล้วยบวชชี และอื่นๆอีกมากมาย จึงทำให้เกษตรกรหลายท่านมองหาวิธีการขยายพันธุ์กล้วยด้วยวิธีใหม่ๆ เพื่อนำไปขยายพันธุ์ให้ทันตามที่ตลาดต้องการ

ในการขยายพันธุ์กล้วยเราสามารถทำได้หลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็จะให้จำนวนต้นพันธุ์ที่แตกต่างกัน อาทิ การขยายพันธุ์แยกหน่อ การผ่าหน่อ การขยายพันธุ์ด้วย

วิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ซึ่งปัจจุบันการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นวิธีที่นิยมทำกันมาก เพราะสามารถขยายพันธุ์จาก 1 ต้น ให้ได้ต้นพันธุ์กล้วยครั้งละมากๆ ในเวลาอันสั้น แต่หากพูดถึงขั้นตอนการทำนั้นก็ยุ่งยาก รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการผลิตก็สูงตามไปด้วย จึงทำให้เกษตรกรหันมาเลือกใช้วิธีการ “ผ่าหน่อกล้วย” มากกว่าการเพราะเลี้ยง

เนื้อเยื้อ เพราะในการผ่าหน่อกล้วยทำให้ได้ต้นพันธ์กล้วยมากกว่าหนึ่งต้น ประหยัดค่าใช้จ่าย และเกษตรกรทั่วไปก็ทำได้เช่นกัน มีขั้นตอนอย่างไรมาดูกัน!!

อุปกรณ์
  • 1. หน่อกล้วยอายุประมาณ 3 เดือน
  • 2. มีด , เขียง
  • 3. ถุงดำขนาด4 ? 8นิ้ว
  • 4. กะละมัง
  • 5. ขี้เถ้าแกลบ
  • 6. ยาฆ่าเชื้อรา

ขั้นตอนการทำ
1. นำหน่อกล้วยอายุประมาณ 3 เดือนขึ้นไปที่ยังไม่มีเครือกล้วยมาตัดลำต้น ตัดราก และตกแต่งเหง้าให้สวย
2. จากนั้นแบ่งเหง้าเป็น 2 ส่วน และนำแต่ละส่วนมาแบ่งเป็น 3 – 4 ชิ้น (แล้วแต่ขนาดของหน่อกล้วย) ขนาดชิ้นละประมาณ 2 นิ้ว ตกแต่งแต่ละชิ้นให้สวย และนำไป แช่ในน้ำยาฆ่าเชื้อราประมาณ 5 นาที
3. นำถุงดำขนาด 4 x 8 นิ้วมาใส่ขี้เถ้าแกลบให้ได้ ? ของถุงที่ เตรียมไว้ จากนั้นนำชิ้นกล้วยที่แช่น้ำยาฆ่าเชื้อราแล้ว ใส่ลงในถุงดำ โดยคว่ำส่วนเนื้อในลง กลบด้วยขี้ เถาแกลบอีกครั้งและรดน้ำทุกเช้าเป็นเวลาประมาณ 45 วัน

เพียงเท่านี้ก็จะได้ต้นพันธุ์กล้วยที่แข็งแรงประมาณ 4 - 12 ต้น ให้ได้นำไปปลูกไว้รับประทาน

Cr. เกษตรอินเตอร์เชียงใหม่
เผบเทคนิค!! ขยายพันธุ์กล้วย ด้วยวิธีผ่าหน่อแบบง่าย แต่ได้ผลผลิตมากกว่า 1 ต้น.. เผบเทคนิค!! ขยายพันธุ์กล้วย ด้วยวิธีผ่าหน่อแบบง่าย แต่ได้ผลผลิตมากกว่า 1 ต้น.. Reviewed by บำรุง สมอง on 10:40:00 Rating: 5

Comments